บทที่ 10 การเผชิญหน้า

ติณณ์ใช้เวลาไม่ถึงวันในการสืบหาที่อยู่ใหม่ของพลอยไพลิน

สำหรับนักธุรกิจผู้มีเครือข่ายกว้างขวางอย่างเขา การตามหาคนเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากเลย

ทันทีที่ได้รับรายงานจากลูกน้อง เขาก็ยกเลิกกำหนดการทั้งหมดในช่วงเช้า รถยนต์สีดำคันหรูแล่นออกจากบริษัท

ระหว่างการเดินทาง มือที่จับพวงมาลัยแน่นจนข้อกระดูกซีดขาวไม่เคยคลายลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ภาพของพลอยในวันที่ลากกระเป๋าเดินออกจากบ้านยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาไม่เคยคิด...

ว่าเธอจะไปจริง

ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะยื่นใบหย่ามากี่ครั้ง เขาก็เชื่อว่าเป็นเพียงการประชดหรือการเรียกร้องความสนใจ เขาคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

แต่ครั้งนี้...

เธอทิ้งทุกอย่างไว้จริง ๆ

ทั้งรถ ทั้งเครื่องประดับ ทั้งเสื้อผ้าราคาแพง

เธอเอาไปเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็กกับเสื้อผ้าไม่กี่ชุด

มันทำให้ติณณ์รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กำลังขู่...

เธอกำลังเดินจากชีวิตของเขาจริง ๆ

...

เช้าวันถัดมา

เสียงเคาะประตูไม้เก่า ๆ ดังขึ้นติดกันหลายครั้ง

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

พลอยที่กำลังเช็ดฝุ่นอยู่กลางห้องชะงักมือ

หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

เธอชำเลืองมองนาฬิกาบนผนัง

ยังเช้าเกินกว่าจะมีใครมาหา

เพื่อนสนิทของเธอก็ไม่ได้บอกว่าจะมา

หรือจะเป็นเจ้าของอาคาร

หญิงสาววางผ้าเช็ดฝุ่นลง เดินเข้าไปที่ประตูอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมองลอดช่องตาแมว

เพียงแค่เห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ลมหายใจของเธอก็สะดุดในทันที

ติณณ์...

เขายืนอยู่ตรงหน้า

แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ดูเรียบร้อยสมบูรณ์แบบเหมือนทุกครั้ง

เสื้อเชิ้ตยับย่น กระดุมเม็ดบนถูกปลดออก เนกไทคลายหลวมจนเอียงไปด้านหนึ่ง ใบหน้าซูบโทรม ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน

ใต้ตาของเขาปรากฏรอยคล้ำจาง ๆ

เส้นผมที่เคยจัดทรงอย่างประณีตกลับยุ่งเหยิงเพราะเจ้าตัวคงใช้มือเสยอยู่หลายครั้ง

เขาดูเหมือนคนที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงตามหาบางสิ่ง... จนลืมดูตัวเอง

พลอยสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติ ก่อนจะปลดกลอนประตู

ทันทีที่บานประตูแง้มออก ดวงตาคมของชายหนุ่มก็จับจ้องมาที่เธอทันที

สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจราวกับคนที่เพิ่งตามหาของสำคัญที่สุดในชีวิตเจอ

"พลอย..."

เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ

ราวกับกลัวว่าหากพูดดังเกินไป ภาพตรงหน้าจะหายไปเหมือนความฝัน

"ถ้าคุณมาที่เพื่อพูดเรื่องไร้สาระกลับไปเถอะค่ะ"

พูดจบพลอยก็รีบผลักประตูหมายจะปิด

"ติณณ์..."

"พลอย!"

ชายหนุ่มยกมือดันบานประตูไว้ทัน

เขาใช้แรงผลักประตูเปิดออก ก่อนก้าวเข้ามาภายในห้อง

ปัง!

เสียงประตูปิดลงทำให้ห้องเล็ก ๆ ยิ่งดูคับแคบกว่าเดิม

พลอยถอยหลังหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ

เธอไม่เคยเห็นติณณ์ในสภาพแบบนี้มาก่อน

ผู้ชายที่มักสุขุม เยือกเย็น และควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ บัดนี้กลับหายใจแรง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงถี่ราวกับรีบวิ่งขึ้นบันไดหลายชั้น

ติณณ์กวาดตามองห้องพักอย่างเงียบงัน

ผนังเก่าที่เริ่มลอกล่อน

เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าที่ผ่านการใช้งานมานาน

กล่องกระดาษที่ยังจัดของไม่เสร็จ

พัดลมตัวเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้อง

โต๊ะไม้ตัวเก่าที่มีเพียงกาต้มน้ำกับแก้วเซรามิกสองใบ

ทุกอย่างบอกชัดว่าเธอเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์

และที่สะดุดสายตาเขาที่สุด...

คือเตียงเดี่ยวขนาดเล็กชิดผนัง

มันเล็กเสียจนเขาแทบจินตนาการไม่ออกว่าพลอยที่เคยนอนบนเตียงคิงไซซ์ในคฤหาสน์ จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรง

เขาหันกลับมามองเธอ

"กลับบ้าน"

น้ำเสียงหนักแน่นจนแทบไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

"เก็บของ แล้วกลับไปกับผม"

พลอยสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบกลับอย่างมั่นคง

"ไม่ค่ะ"

"ฉันจะไม่กลับไปที่นั่นอีก"

"แล้วฉันก็ยังยืนยันคำเดิม..."

"ฉันต้องการหย่า"

คำสุดท้ายทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

ติณณ์หลับตาลงครู่หนึ่ง

ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้า ๆ

ราวกับกำลังฝืนกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไป

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยทั้งความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และความสิ้นหวัง

"พลอย..."

เสียงของเขาแหบพร่า

"คุณยอมมาอยู่ที่แบบนี้..."

เขามองไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ

"ทั้งที่บ้านของเรามีพร้อมทุกอย่าง"

พลอยมองเขานิ่ง

ก่อนตอบกลับช้า ๆ

"ที่นี่อาจจะไม่สบาย"

"แต่มันเป็นที่ที่ฉันเลือกเอง"

"และที่สำคัญ..."

เธอหยุดเล็กน้อย

"ฉันรู้สึกสบายใจค่ะ"

คำตอบนั้นทำให้ติณณ์นิ่งงัน

เขาเพิ่งตระหนักว่า สิ่งที่พลอยกำลังตามหาไม่ใช่บ้านที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เงินที่มากกว่า

ชายหนุ่มกำมือแน่น

"ผมไม่เข้าใจ"

"ผมให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ"

พลอยยิ้มบาง ๆ

เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า

"นั่นแหละค่ะ..."

"คุณให้ทุกอย่างที่คุณคิดว่าฉันควรมี"

"แต่ไม่เคยรู้เลย..."

"ฉันต้องการอะไร"

ประโยคนั้นทำให้ติณณ์พูดไม่ออก

เขายืนอยู่กลางห้องเล็ก ๆ ท่ามกลางความเงียบ

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ระยะห่างระหว่างตัวเองกับผู้หญิงตรงหน้า

ไกลกว่าระยะทางระหว่างสองประเทศเสียอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป